ว่านแสนพันล้อม (บัวดิน)

35 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ว่านแสนพันล้อม (บัวดิน)

ว่านแสนพันล้อม (บัวดิน)

          บัวดิน จัดเป็นไม้ดอกประเภทหัวที่มีความทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง ปลูกเลี้ยงง่าย และมีดอกสวยงาม นิยมนำมาปลูกในแปลงจัดสวน และการปลูกในกระถางสำหรับชมดอก รวมถึงประโยชน์ในด้านการใช้เป็นพืชคลุมดิน
• ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zephyranthes spp. (แปลว่าดอกไม้แห่งลมตะวันตก)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
          ลำต้น และราก
บัวดินเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอายุยืนหลายปี มีระบบรากเป็นแบบรากฝอยอย่างเดียว โดยลำต้นจะเป็นหัวที่อยู่ใต้ดิน มีรูปร่างค่อนข้างกลมคล้ายหัวหอม โดยประกอบด้วยลำต้นจริงที่เปลี่ยนรูปไปเป็นฐานหัว ประกอบด้วยปล้องที่มีลักษณะสั้น และถี่ซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ และถูกห่อหุ้มด้วยโคนก้านใบ หรือที่เรียกว่า กาบหัว ห่อหุ้มซ้อนกันเป็นชั้นๆ จนกลายเป็นเนื้อหัวที่มีลักษณะอวบน้ำ ด้านนอกปกคลุมเยื่อบางๆ และมีลักษณะเป็นแผ่นแห้งสีน้ำตาลที่สามารถลอกออกได้ บางชนิดเป็นหัวแข็ง หรือค่อนข้างแข็ง มีขนาดแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ โดยทั่วไปหัวมีขนาด 2-5 เซนติเมตร
          ใบบัวดิน
ใบมีรูปร่างเป็นเส้นแบนแคบๆ คล้ายใบหอม ปลายใบมน ขอบใบขนาน แต่บางชนิดมีใบแบบครึ่งวงกลม มีจำนวนใบต่อต้น 4-8 ใบ ใบยาวประมาณ 20-45 เซนติเมตร ใบกว้าง 0.35-0.8 เซนติเมตร ใบอ่อนชูตั้งตรง ใบแก่จะโค้งงอลงด้านล่าง และมักจะทิ้งใบแห้งตายไปพร้อมกับดอก แต่ใบจะงอกขึ้นมาใหม่ในช่วงต้นฤดูฝนในปีถัดไป แต่บางชนิดจะติดใบเขียวตลอดทั้งปี
          ดอก
ดอกเป็นดอกช่อ แต่เจริญเพียง 1 ดอกในช่อดอก ก้านช่อดอกมีลักษณะเรียวยาว และกลวงภายใน เจริญขึ้นมาจากหัวในดินโดยไม่มีใบติด กาบหุ้มช่อดอกเป็นแผ่นบางโปร่งแสง มีแผ่นเดียวติดอยู่ที่ปลายของก้านดอกย่อย ปลายของกาบหุ้มช่อดอกอาจติดกันเป็นแผ่นหรือแยกเป็นสองแฉก
          บัวดิน
ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ลักษณะดอกเป็นรูปกรวย โคนกลีบดอกรวมติดกันเป็นวง ซึ่งมีขนาดสั้นหรือยาวแล้วแต่ชนิด ส่วนปลายของวงแยกเป็นกลีบๆ เรียกว่า perianth–segment มีจำนวน 6 อัน หรือมากกว่า 6 อัน ดอกมีหลายสี เช่น ขาว เหลือง และชมพู เป็นต้น
          กลีบเลี้ยง และกลีบดอกมีสีเดียวกัน ดอกออกในฤดูฝนบาน 1–2 วัน แล้วแต่สายพันธุ์หรือชนิด มีเกสรเพศผู้ 6 อัน อาจมีลักษณะ 3 อัน ยาวสลับกับ 3 อัน สั้น หรือยาวเท่ากันทั้ง 6 อัน มีก้านชูเกสรเพศผู้ตั้งตรงหรือโค้งไปข้างหน้าเล็กน้อยเชื่อมติดอยู่กับกลีบดอกชั้นในบริเวณคอหลอดหรือที่โคนของชั้นกลีบดอก ปลายก้านชูอับเรณูติดอยู่กลางอับเรณู ทำให้อับเรณูเคลื่อนไหวได้รอบทิศทาง อับเรณูมีรูปร่างยาวเรียว มีเกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่อยู่ใต้วงกลีบรวม มี 3 คาร์เพล ภายในรังไข่มีไข่อ่อนจำนวนมาก ก้านเกสรเพศเมียเป็นท่อยาว และโค้ง ยอดเกสรเพศเมียมีลักษณะเป็นแฉก 3 แฉกหรือเป็นปุ่ม
         บัวดินจะออกดอกในช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคม-เมษายน ของทุกปี และส่วนมากหลังจากเดือนเมษายนจะทิ้งใบ และดอกเหี่ยวแห้งลง ทั้งนี้ บัวดินจะออกดอกมากในช่วงฤดูฝน และจะบานมากในช่วง 2-4 วัน หลังฝนตกหนัก สำหรับต้นที่ปลูกด้วยเมล็ดจะออกดอกภายใน 5 เดือน หลังการปลูก
          ดอกบัวดินจะบานในช่วงเช้า และจะหุบลงในช่วงเย็น โดยดอกบัวดินจะบานอยู่ได้ประมาณ 2 วัน แล้วค่อยเหี่ยวแห้งไป โดยในวันแรกสีกลีบดอกจะมีสีเข้มมาก ส่วนวันที่ 2 สีจะค่อยๆ จางลง
โบราณจารย์ใช้ว่านนี้ในการผสมเป็นมวลสารจัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆไม่ว่าจะเป็น พระเครื่อง สีผึ้ง น้ำมันเสน่ห์ เพราะเป็นว่านที่ให้คุณวอเศาทางเมตตามหานิยมและป้องกันอันตรายได้อีกด้วย เรียกว่า แสนพันล้อม (ผู้คนห้อมล้อม) และ (ห้อมล้อมป้องกัน) นั่นเอง

อ. ธัชกร ธีรปัญญานนท์

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้